Jan 11 2019

neighbourhood

5 ร้านใหม่ย่านอารีย์ที่เพิ่งเปิดช่วงครึ่งปีหลังของ 2018 ที่เราควรไปเช็คอินก่อนหมดปี 2019

ไม่งั้นจะเอ้าท์นะ!

Oh! Vacoda Cafe

 
 
ร้านนี้คงไม่แวะไปไม่ได้จริง ๆ เพราะนอกจากจะเป็นร้านของนักเขียนในทีม Soimilk ของเรา (ที่มันบังคับให้ทุกคนในออฟฟิศแวะไป) ยังเป็นคาเฟ่อะโวคาโด้ล้วนที่ฮอตฮิตระเบิดระเบ้อจนนาทีนี้ถ้าใครไม่รู้จักก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว! ทีเด็ดของร้านนี้ยกให้ความสร้างสรรค์ที่จับเอาอะโวคาโด้ ผลไม้มหัศจรรย์มาอยู่ในทุกเมนู ทั้งเครื่องดื่ม เค้ก อาหาร ไปจนถึงอยู่ในชา-กาแฟ-ช็อคโกแลต นางก็ทำได้!
 
 
 
มาถึงแล้วจะพลาดสั่ง Avoothie (150 บาท) ไม่ได้เลยนะ เราพิสูจน์มาแล้วว่ามันเวิร์กจริง มากี่ครั้งก็ต้องสั่ง แต่จะเป็นอะไรที่ขายหมดเร็วที่สุด เพราะเขาปั่นกันวันต่อวัน (วันละไม่กี่ขวด) เป็นสมูทตี้อะโวคาโด้ผสมมะนาว ไม่ใส่นม ไม่ใส่น้ำแข็ง ฟีลลิ่งเหมือนกินโยเกิร์ตรสอะโวคาโด้มัน ๆ นัว ๆ เปรี้ยว ๆ คือดีย์และไม่อ้วน กินกับ Avocado Lemon Chunk Cheesecake (155 บาท) คือฟินนาเล่เข้าโหมดนิพพานไปเลย

 
 
 
ส่วนใครที่อยากลองเมนูหนักท้อง ที่นี่ก็มีเมนูลูกรักอย่าง กะเพราอะโวคาโดชิปส์ (190 บาท) ที่ขนาดหน้ากากกะเพราอย่างพี่โจ๊ก โซคูลมาลองยังติดใจ และ Avocado Bacon Pancake With Souffle (235 บาท) จานที่มาเสิร์ฟโต๊ะไหนก็จะได้ยินเสียงกรี๊ดตามมา เพราะมันอลังการงานสร้างเว่อร์ด้วยแพนเค้กแบบคาวทอดพร้อมเบคอนชิ้นโต ๆ โปะหน้าด้วยอะโวคาโด้สดอีกครึ่งลูก น้ำผึ้งป่า และไข่ซูเฟลก้อนเมฆก้อนโต   
 
 
อีกอย่างที่รักมากคือบรรยากาศของร้านที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เพลินตาเพลินใจไปซะหมด ยิ่งช่วงนี้โทนสี Living Coral ที่เป็นแฟนโทนหลักของปี 2019 นี้กำลังมาแรง ใครที่ยังไม่มาเช็คอินร้านนี้คือเอ้าท์ค่ะ บอกเลย!

 
Oh! Vacoda Cafe 1/1 ซ. อารีย์สัมพันธ์ 4 เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-22:00 น. โทร. 090-986-4779 BTS อารีย์ (ต่อพี่วินหรือตุ๊กตุ๊ก) www.fb.com/ohvacodabkk

Don Don

 
 
และนี่ก็คือร้านข้าวเบนโตะหน้าตั่งต่างที่เราแวะไปเยี่ยมเยือนตั้งแต่ร้านเขาเพิ่งเปิดได้ไม่ถึง 2 วัน! โดยร้านนี้เป็นหนึ่งในเครือร้านอาหารของทีม FoodLab เจ้าของเดียวกับร้าน SATI Handcraft Coffee และสตูดิโอเวิร์กช็อปงานไม้อย่าง MHOE (Made Here On Earth) ที่อยู่ติด ๆ กัน โดยมาพร้อมเมนูอาหารเช้า-กลางวันง่าย ๆ แบบ Express Bar ในงบไม่เกิน 200 บาท แต่ได้กินของดีที่ไม่ทำร้ายจิตใจเท่าร้านอาหารตามสั่งข้างทาง
 
 
เราชอบอินทีเรียและโครงสร้างของร้านนี้ที่ออกแบบมาอย่างมินิมอล เน้น Arch โค้ง ๆ ของรูปทรงเรขาคณิต และเปิดให้แสงเข้าผ่านช่องหน้าต่างเจาะรูบานเล็ก ๆ บวกกับพื้นที่นั่งโล่ง ๆ สไตล์โอเพ่นแอร์ที่ด้านใน เป็นการกินข้าวกล่องเบนโตะมื้อเที่ยงที่ให้ฟีลไม่เหมือนนั่งอยู่ในโซนพลุกพล่านอย่างอารีย์เลยแม้แต่น้อย
 
 
 
 
เมนูซิกเนเจอร์เด็ด ๆ ที่ทำออกมาขายในช่วงเปิดร้านแรก ๆ จะเป็นเมนูจำพวกข้าวหน้าต่าง  ๆ ทั้งข้าวหน้าแซลมอนซอสเทอริยากิ (135 บาท) ที่ให้แซลมอนมาแบบชิ้นใหญ่ ไม่ได้มาเป็นแค่วิญญาณแน่นอน รวมถึง Omu Rice (65 บาท) ข้าวหน้าไข่ออมเล็ตที่ทำมาเอาใจคนไม่ทานเนื้อ และคนรักเมนูไข่ (เช่นเรา) นอกจากนั้นยังมี Gyudon (95 บาท) ข้าวหน้าเนื้อจากโลคัลฟาร์มในประเทศไทยในราคาไม่แรง กับทีเด็ดอีกตัวคือ Udon Padthai (95 บาท) ผัดไทยกุ้งสดที่ใช้เส้นอุด้งเหนียวหนึบเด้งดึ๋งมาผัดแทนเส้นผัดไทย 

 
 
ส่วนใครที่กลัวไม่อิ่มก็สามารถสั่ง Side Dish อย่าง Takoyaki (50 บาท) และ Nikujaga (40 บาท) หมูตุ๋นที่เชฟประจำร้านบอกว่าใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 12 ชม. มากินคู่กันกับน้ำพั้นช์และชามะนาว (25 บาท) ได้เช่นกัน 

 
Don Don ระหว่างซ.อารีย์สัมพันธ์ 5-6 ถ.พระราม 6 เวลาทำการ ทุกวัน 8:00-20:00 น. โทร. 082-442-5654 BTS อารีย์ www.fb.com/DonDonBento

Baby Bar

 
 
คาเฟ่กึ่งบาร์สำหรับสาวแซ่บสไตล์ Sassy Girl เปิดใหม่ในซ.พหลโยธิน 11 ในส่วนของโรงแรม Craftsman Hotel ที่ฟังแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าแมน ! ที่นี่เป็นโรงแรมเปิดใหม่ในสไตล์มาสคิวลีนจ๋า ๆ ซึ่งรีโนเวทมาจากม่านรูดเก่า โมดิฟายนู่นนั่นนี่แต่ก็ยังทิ้งโครงสร้างเดิมไว้บ้างแบบคูล ๆ พร้อมเพิ่มสระว่ายน้ำตรงกลางลงไป และเติมความคึกคักให้สเปซใหม่ป้ายแดงแห่งนี้ด้วย Baby Bar Bangkok ที่ช่วยเติมความเป็นผู้หญิงลงไปให้ Craftsman ของเราดูคอมพลีทและลงตัว
 
 
 
 
อาหารหลักของบาร์แห่งนี้จะมาในสไตล์ Thai Twist ตามแบบฉบับของ คุณเกด-กุลศิริ ไชยนพกุล สาวเก่งเจ้าของร้านอาหารในเครือ All Six To Twelve ที่แยกร่างมาเป็นหุ้นส่วน Baby Bar แห่งนี้นั่นเอง เริ่มต้นที่อาหารออร์เดิร์ฟอย่าง Larb Pate (220 บาท) ตับไก่ปรุงรสลาบเสิร์ฟพร้อมขนมปังซาวโดว์โอลีฟ มีความแซ่บแบบอินเตอร์เบา ๆ กับสแน๊กอีกตัวที่ควรค่าแก่การสั่งมากินคู่กับค็อกเทลอย่างยิ่งคือ Fried Gyo with Kani Miso Dip (180 บาท) เกี๊ยวทอดกรอบกรุบพร้อมดิปมันปูสูตรพิเศษที่ผสมเครื่องแกงไทย ๆ รสชาติจัดจ้านลงไปด้วย ชอบที่นางแอบใส่ส้มโอลงไปบนเกี๊ยวเพื่อตัดรสเผ็ดของเครื่องแกง

 
 
นอกจากอาหารหนัก ๆ จัดเต็มกว่า 70 เมนูแล้ว ตอนช่วงกลางวันที่นี่ยังอุ่นหน้าฝาคั่งไปด้วยเหล่าคาเฟ่ฮ็อปเปอร์ที่แวะเวียนมาชิม Bubble Milk Black Tea (75 บาท) และ Bubble Matcha Latte (115 บาท) ชานมไข่มุกที่ลงทุนอิมพอร์ตเจ้าเม็ดไข่มุกมาจากไต้หวันกันเลยทีเดียว มีให้เลือกทั้งไข่มุกสีดำและไข่มุกซากุระ ซึ่งจะมีเท็กซ์เจอร์ความหนึบน้อยกว่าไข่มุกแบบปกตินิดหน่อย แต่ให้กลิ่นหอมที่ควรค่าแก่การมาตำที่แท้ทรู! 
 
 
ส่วนในพาร์ทดึกดื่นค่ำมืด ที่นี่ก็เปิดบาร์ยาวด้านในต้อนรับเหล่าสาว ๆ (และชะนี เก้ง กวาง) ด้วยค็อกเทลหน้าตาดี รสชาติไม่แรงจนเดินเซ อย่าง Baby Shower (250 บาท) Birthday Suit (270 บาท) และ Shooter (300 บาท) ค็อกเทลแบบวันช็อตที่หน้าบ้องแบ๊วเหมาะกับนักดื่มสาย Sassy มาก ๆ เลยล่ะ

 
Baby Bar Bangkok ชั้น 1 Craftsman Hotel ซ.พหลโยธิน 11 เวลาทำการ ทุกวัน 08:00-23:00 น. BTS อารีย์ fb.com/Baby-Bar-Bangkok

Frank Mansion

 
 
สำหรับใครที่เบื่อคาเฟ่ฟรุ้งฟริ้งทั้งหลายในซอยอารีย์แล้ว เรามีพิกัดลับที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานอย่าง Frank Mansion มาแนะนำให้ได้รู้จักกัน เพราะนี่คือบาร์กินดื่มลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 3 และ 4 ของโครงการ Ari One ในซ.อารีย์ 1 ความพีคคือนางมาพร้อมมู้ดเข้ม ๆ แบบยุค 20th Century พร้อมลิสต์เพลงและดนตรีสดสไตล์แมน ๆ เตะบอล การตกแต่งก็เน้นไปที่โทนมาสคิวลีนจ๋า ซึ่ง 90% คือปูนเปลือย เหล็ก และไม้ ที่ให้บรรยากาศเข้ม ๆ เข้ากันดีกับรสขม ๆ ของเหล้าที่ร้านนี้ขาย
 
 
 
สำหรับสายแข็งอยากได้เหล้าแรง ๆ เราแนะนำให้สั่ง JFK (320) บาท ค็อกเทลแนว Spirit Forward ที่ได้ทั้งรสและกลิ่นของ Rye Whiskey อัดเข้าเต็ม ๆ หน้า ไม่ต้องผสมน้ำหรือน้ำผลไม้ใด ๆ ให้เบาหวานขึ้นตา กับอีกตัวคือ Phantom Punch (320 บาท) หมัดมหากาฬของมูฮัมหมัด อาลีที่น็อกเราด้วยเหล้าจิน และไซรัปโฮมเมดสูตรพิเศษที่ทำจากพริกแห้งและอบเชย ซึ่งนอกจากค็อกเทลต่าง ๆ ที่บาร์แห่งนี้ก็ยังเสิร์ฟทั้งเบียร์สดของ Bavaria แบบแท็ปและเหล้าแรง ๆ พร้อมมิกซ์เซอร์ตามประสาร้านเหล้าทั่วไปให้สายนั่งยาวได้รวมแก๊งเพื่อนมาเอ็นจอยกันด้วยเหมือนกันนะ
 
 
 
แล้วก็ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องดื่มเท่านั้น แต่อาหารที่นี่เขาก็จริงจังขนาดที่ว่าไปเปิดร้านอาหารแยกอีกร้านยังได้ กับจานที่เรารักมากเว่อร์อย่าง Chef Van (170) เมนูจานพิเศษที่ตั้งชื่อตาม เชฟแวน-เฉลิมพล โรหิตรัตนะ จาก Escapade และ ราบ ที่มาช่วยครีเอทเมนูนี้ โดยมาในหน้าตาบ้าน ๆ ตามสไตล์เชฟแวน ใช้คอหมูสามชั้นสไลด์บางผัดกับกะทิ และใบชะคราม พืชน้ำเค็มอารมณ์ประมาณสาหร่าย ให้รสชาติออก Salty นิด ๆ บวกกับความมันจากกะทิและหมูหน่อย ๆ โปะลงมาบนข้าวสวยร้อน ๆ บอกเลยจานนี้ไปกี่รอบก็ต้องกิน!
 
Frank Mansion ชั้น 3-4 โครงการ Ari One ซ.อารีย์ 1 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) 18:00-01:00 น. โทร. 02-048-3225 BTS อารีย์ www.fb.com/frankmansion

JOHA Korean Restuarant

 
 
ร้านอาหารเกาหลีขวัญใจคนอารีย์ที่ได้ฤกษ์ย้ายร้านมาในทำเลใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม โต๊ะเยอะกว่าเดิม และบรรยากาศแนวเกา ๆ ที่ชิคกว่าเดิม! ใครที่เคยหงุดหงิดกับความคับแคบของร้านเก่า มาบ้านใหม่นี้รับรองหายห่วง (ที่สำคัญคือสาขานี้มีห้องน้ำแล้วจ้า!)
 
 
 
 
มาถึงร้านนี้แล้วใครที่ไม่ได้ลอง BBQ Pork (290 บาท) และ BBQ Beef (399 บาท) ก็คงจะรู้สึกเหมือนมาไม่ถึงแน่นอน เพราะนี่คือซิกเนเจอร์เมนูของร้านนี้ที่เป็นการเสิร์ฟหมูสามชั้นย่างและเนื้อย่างมาบนหินนิลสีดำที่ถูกเผาจนร้อน ท็อปด้านบนเนื้อสัตว์ด้วยต้นกระเทียมย่าง โรสแมรี่ และใบไทมส์ ส่วนใครที่เป็นสายคาร์บ มา JOHA แล้วก็ไม่ควรพลาด Kimji Bokkeum Bap with Cheese (295 บาท) อย่างเด็ดขาด ชีสเยิ้ม ๆ จะช่วยดับความเผ็ดร้อนของข้าวผัดกิมจิรสแซ่บได้เป็นอย่างดี
 
 
จุด ๆ นี้น้องชายสุดหล่อของอปป้าของเราอย่างคุณ Cho Junhee  ยังบอกอีกว่า อยากให้ลองชิม Dolsot Bibim Bap (285 บาท) สูตรของที่ร้านมาก ๆ เพราะเป็นข้าวยำสูตรต้นตำรับแท้ ๆ ที่ประกอบด้วยผักเกาหลีถึง 7 ชนิด เสิร์ฟบนหม้อหินร้อน ๆ ที่สั่งตรงมาจากเกาหลี แถมด้วยการเสิร์ฟ Sundubu-Jjigae (275 บาท) ซุปเต้าหู้ทะเลร้อน ๆ มาคู่กัน ซึ่งอปป้าทั้งสองบอกว่าปรับสูตรมาให้จัดจ้านถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้นด้วย 
 
JOHA Korean Restaurant 111/1 ซ.พหลโยธิน 7 เวลาทำการ ทุกวัน 11:30-21:30 น. โทร. 083-177-5533 BTS อารีย์ www.fb.com/johakoreanrestaurant