Jun 07 2019

movies

รวม 9 ภาพยนตร์และซีรีส์สีรุ้งบน Netflix ตอนรับเดือนแห่ง LGBTQ+

มาเติมสีรุ้งในหัวใจกันเถอะ
ผ่านไปไม่นานสำหรับข่าวดีของชาว LGBTQ+ ไต้หวัน ที่ได้รับการรับรองกฎหมายของการจดทะเบียนสมรสสำหรับเพศเดียวกัน แต่รู้ไหมว่า นอกจากช่วงจะมีการเฉลิมฉลองของชาว LGBTQ+ ไต้หวันแล้ว เดือนมิถุนายนของทุกปียังเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาว LGBTQ+ ทั่วโลกอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าหากจะเห็นการตกแต่งสถานที่ด้วยธงหลากสี หรือมีคอลเลคชั่นสีรุ้งของแบรนด์เสื้อผ้าต่าง ๆ เพราะว่าเขากำลังเตรียมร่วมเฉลิมฉลองวันแห่งความภาคภูมิใจของชาว LGBTQ+ Pride (Gay and Lesbian Pride Day) ด้วยขบวนสีรุ้งนี้แหละ และเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองไปกับเดือนแห่งความรักที่ไม่มีขอบเขตนี้ เราก็จะมาแนะนำภาพยนตร์ และซีรีส์  9 เรื่อง ของชาว LGBTQ+ บน Netflix ที่จะมาแต่งแต้มชีวิตของทุกคนให้มีชีวิตชีวาและอิ่มเอมหัวใจไปพร้อม ๆ กัน

All in My Family

 
 
 
เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์สารคดีเรื่อง All in My Family ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของง ‘เฮา วู’ (Hao Wu) ผู้สร้างหนังชาวจีน เมื่อเขาตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปสร้างครอบครัวของตนเองในอเมริกา หลังจากที่พยายามต่อสู้เพื่อให้ครอบครัวยอมรับในความรักระหว่างเพศเดียวกัน

Orange Is The New Black

 
 
 
เป็นซีรีส์เพื่อนพลังหญิงที่แท้จริง สำหรับ Orange Is The New Black ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนได้เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศได้ดีมาก ๆ เป็นเรื่องราวของ ’ไพเพอร์’ หญิงสาวที่ถูกส่งตัวเขาเรือนจำหญิงเพราะเคยก่อคดีในอดีตร่วมกับแฟนสาวของเธอ โดยแบ็กกราวน์ของเรื่องนี้เป็นเรือนจำหญิงที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทำให้ก่อเกิดเป็นมิตรภาพ เสียงหัวเราะ และเปิดโลกของเราได้เห็นเรื่องราวของความรักในมุมมองใหม่ ๆ

Handsome Devil

 
 
 
ต่อด้วยเรื่องราวรักวัยใสอย่าง Handsome Devil หนัง Coming Of Age สัญชาติไอริช ที่พูดถึงเรื่องความแตกต่างทางเพศ และการยอมรับในตัวเอง เรื่องราวความสัมพันธ์ ของ 2 เด็กหนุ่มที่แตกต่างกันสุดขั้ว กับมิตรภาพที่ค่อย ๆ เติบโตจนเป็นเกราะป้องกันให้พวกเขากล้าที่จะแสดงตัวตนออกมา ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้ชูเรื่องราวของ ‘มิตรภาพ’ ออกมาได้อบอุ่นและน่ารักมาก ๆ เลยล่ะ


RuPaul's DRAG RACE

 
 
 
จากนั้นมาสนุกสนานกันต่อกับความอลังการงานสร้างของเหล่า แดร็กควีน (Drag Queen) ในรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง RuPaul's DRAG RACE ที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างงัดทุกกลเม็ดมาประชันความแซ่บและความสามารถในการแข่งขันประกวดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินแบบ ลิปซิงก์ เลียนแบบดาราเซเลบดัง ฯลฯ เพื่อเอาชนะใจ รูพอล (Rupaul) แดร็กควีนตัวแม่ และชิงเงินรางวัลถึง $100,000 ซึ่งใครจะได้ครองตำแหน่ง America’s Next Drag Superstar คนต่อไป มาร่วมลุ้นกัน

Special 

 
 
สำหรับคอหนังแนวดราม่าที่มีกลิ่นอายของคอมเมดี้ ต้องไม่พลาด Special ซีรีส์ซึ้งกินใจที่จะละลายหัวใจคนดูไปกับเกย์หนุ่มที่มีความผิดปกติทางร่างกาย และเคยคิดจะแอบซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ จนกระทั่งเขาได้เรียนรู้และมีความหวังที่จะได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการ ซีรีส์เรื่องนี้ได้นักแสดงหนุ่มมากความสามารถอย่าง ไรอัน โอคอนเนลล์  (Ryan O’Connell) ที่อำนวยการสร้างและรับบทแสดงนำในเรื่อง พร้อมขนทัพนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เจสสิก้า เฮชต์ (Jessica Hecht) และ ปูนัม พาเทล (Punam Patel) มาร่วมแสดงด้วยอีกด้วย

Call Me By Your Name

 
 
 
ต่อกันด้วยภาพยนตร์โรแมนติกตลอดกาล Call Me By Your Name ที่ชนะรางวัล Academy Award สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมมาแล้ว อีกทั้ง ทิโมธี ชาลาเม็ต (Timothee Chalamet) นักแสดงนำของเรื่องยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของเอลิโอ เด็กหนุ่มวัย 17 ปี  ที่อาศัยอยู่ในเมืองชนบทของอิตาลีกับครอบครัว และโอลิเวอร์หนุ่มหล่อผู้ช่วยของพ่อเขาที่มาทำวิจัยในช่วงฤดูร้อนปี 1983 ซึ่งนับวัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับมีความลึกซึ้ง และพัฒนาจนเรียกว่าความรัก ด้วยองค์ประกอบและลำดับภาพที่งดงามจะทำให้เราเพลิดเพลินและอิ่มเอมหัวใจไปพร้อม ๆ กัน

Blue Is The Warmest Colour

 
 
 
Blue Is The Warmest colour จัดได้ว่าเป็นภาพยนตร์รักขึ้นหิ้งของชาว LGBTQ+ ก็ว่าได้ ด้วยการสื่ออารมณ์ของหนังและการส่งอารมณ์ของนักแสดงที่ทำได้ดีมาก ๆ แสดงนำโดย อเดล เอ็กซาร์โคปูโลส (Adèle Exarchopoulos) และ เลอา เซย์ดูซ์ (Léa Seydoux) มาร่วมค้นตัวตนไปกับ 'อเดล' เด็กสาววัย 15 ที่สงสัยว่าความรักจริง ๆ หน้าตาเป็นอย่างไร จนเมื่อเธอได้ออกค้นหาคำตอบก็พบว่าความรักนั้นไม่ได้จำกัดด้วยคำว่าชายกับหญิง แต่คำว่ารักจำกัดด้วยคำว่า ฉันและเธอ ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม


Dear Ex

 
 
 
Dear Ex หนึ่งในหนัง LGBTQ+ ของไต้หวันที่จะทำให้เราน้ำตาซึม ด้วยบทของหนังที่ผูกปมได้อย่างดีผนวกกับการแสดงขั้นเทพของนักแสดงที่ส่งผลให้ Hsieh Ying Xuan หนึ่งในนักแสดงหลักนั้นได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครอง ซึ่งในหนังได้พูดถึงเรื่องราวของ คนเป็นแม่อย่าง 'หลิวซานเหลียง' ที่ต้องเลี้ยงลูกชาย 'ซ่งจวิ้นเหยี่ยง' คนเดียวหลังจากที่สามีเสียชีวิตไปเพราะโรคมะเร็ง แต่สามีกลับของเธอกลับไปรักกับชายอีกคนอย่าง 'อาเจี๋ย' นักแสดงละครเวทีและเป็นผู้ได้รับเงินประกันหลังเสียชีวิตของสามีทั้งหมด เรื่องมันก็ยุ่งตรงนี้แหละ เพราะเธอต้องไปทวงเงินมาจากอาเจี๋ย โดยคำยุยงของลูกชายตัวแสบที่กำลังวางแผนเพื่อหนีไปจากแม่แสนขี้บ่น แม้เรื่องจะเริ่มจากความวุ่นวาย แต่ก็จบลงด้วยความสวยงามจนทุกยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว

Tales of the City

 
 
ปิดท้ายด้วย Tales of the City ซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดจาก Netflix ที่ถ่ายทอดชีวิตของ แมรี่ แอน ที่กลับบ้านมาจากซานฟรานซิสโกและเจอกับลูกสาว และไบรอันสามีเก่าอีกครั้งหลังจากทิ้งทั้งคู่ไปมุ่งเอาดีในเรื่องงาน แมรี่ แอน หนีวิกฤตวัยกลางคนจากชีวิตสมบูรณ์แบบในคอนเนตทิคัตสู่อ้อมกอดของครอบครัวที่เธอเลือกแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับเข้าไปพัวพันกับสังคมของแอนนา มาดริกัล และบรรดาเพื่อนบ้านใน 28 บาร์บารี เลน ซีรีส์เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นจากหนังสือของอาร์มิสเตด เมาพิน (Armistead Maupin) นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกัน มาร่วมติดตามชีวิตของแม่รี่ แอน และจะเริ่มฉายให้ทุกคนได้ดูพร้อมกันในวันที่ 7 มิถุนายนนี้