Oct 15 2018

movies

ชวนมาย้อนดู 5 ไทม์ไลน์ภาพยนตร์เพลงที่เราหลงรัก ก่อนจะไปฟินกันให้สุดกับ A Star Is Born

เพลงก็เพราะ หนังก็ดี

หนึ่งในหนังซึ่งเป็นที่นิยมอีกประเภทหนึ่งของโลกคือภาพยนตร์เพลงนั่นเอง โดยในตอนนี้ก็มีเรื่องล่าสุดอย่าง A Star Is Born มาให้เราได้ดูกันซึ่งในฐานะคนที่ไปดูมาแล้ว บอกเลยว่ามันดีงามมากจริง ๆ จนสงสัยว่าทําไมถึงมีรอบและโรงฉายน้อยเหลือเกิน เพราะเรายืนยันได้เลยว่าใครที่รักในการดูภาพยนตร์ที่มีเพลงเพราะ ๆ เรื่องราวดี ๆ นั้น การสละเวลาไปดู A Star Is Born นี้ต้องคุ้มค่าและมีความสุขปนเศร้า (ระดับนํ้าตาแตก) รวมถึงได้แง่คิดดี ๆ กลับไปมากมายแน่นอน ทําให้ในวันนี้เราจึงอยากจะมาชวนชาว Soimilk รวมถึงใครที่มีแผลนจะไปดูกันอยู่แล้วแต่ยังไม่ว่าง มาดูว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมามีภาพยนตร์เพลงอะไรที่เราหลงรักและน่าไปตามเก็บกันบ้าง ก่อนจะไปฟินกันอย่างสุด ๆ กับ A Star Is Born


 

Once

 

ภาพจาก foxsearchlight.com

 

ทุกวันนี้เราเดินสวนกับผู้คนมากมายในทุกสถานที่ ซึ่งจะมีโอกาสสักกี่ครั้งกันที่เราจะได้เดินสวนกับคนที่เหมาะกับเรา แต่กับภาพนตร์เพลงในตํานานอย่าง Once นั้นความบังเอิญนี้คือพล็อตหลักของเรื่องเลยทีเดียว โดยหนังเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพบเจอกันของคนสองคนที่เดินสวนกันไปมาในช่วงเทศกาล จนเกิดเป็นความรู้จักและผูกผันกันในที่สุด นอกจากนี้ยังมีหนังยังมีเพลงที่บอกเลยว่าเพราะมาก ๆ ชนิดที่ดู ๆ ไปก็ได้แต่ฟินว่าเราจะได้มีโอกาสเจอเนื้อคู่ด้วยความบังเอิญแล้วมาแต่งเพลงเพราะ ๆ ให้เราฟังแบบนี้ไหมนะ

 

Recommend soundtrack

 

 

สําหรับเรานี่คือหนึ่งใน soundtrack ที่เพราะที่สุดตลอดกาลยิ่งใครที่รักในสไตล์เพลงอคูสติคสากล บอกเลยว่าต้องลองฟังให้ได้สักครั้งจริง ๆ นะ

 


 

Begin Again

 

ภาพจาก a-bellamy.com

 

หนึ่งในภาพยนตร์เพลงชวนฝันที่ทรอดแทรกเพลงเพราะ ๆ เข้ามาตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งการได้ Adam Levine มาเล่นในหนังเรื่องนี้ทําให้สามารถเรียกฐานแฟนคลับของพี่แกเข้าไปได้อีก โดยตัวหนังจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวที่อกหักจากแฟนหนุ่ม และได้มาเจอกับโปรดิวเซอร์เพลงที่ชีวิตกําลังเหลวแหลกสุด ๆ ก่อนที่เสียงเพลงของเธอจะทําให้เขามีพลังในการใช้ชีวิตอีกครั้ง เกิดกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความแรงบันดาลใจและสร้างแง่คิดดี ๆ ให้เรามากมาย

 

Recommend soundtrack

 

 

ด้วยเสียงและการสื่ออารมณ์อาจจะไม่แมสเท่าเวอร์ชั่น อดัม เลอวีน แต่ถ้าใครหลงรักในเนื้อหาของหนังเรื่องนี้พอ ๆ กับเพลงที่ใส่มาบอกเลยว่าเวอร์ชั่นของ เคียรา ไนต์ลีย์ นี่ล่ะเหมาะจะเป็นตัวแทนที่โอบอุ้มเรื่องราวตลอดทั้งเรื่องของหนังที่สุดแล้ว

 


 

Sing Street

 

ภาพจาก pantip.com

 

ไหน ๆ ก็ใส่มาสองเรื่องแล้วก็เอาให้มันครบไปเลยกับ Sing Street ผลงานภาพยนตร์เพลงของผู้กํากับ จอห์น คาร์นีย์  ที่กํากับเรื่อง Once และ Begin Again นั่นเอง โดย Sing Street เป็นภาพยนตร์เพลงที่ทางผู้กํากับได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตวัยเด็กของตัวเองสมัยที่อาศัยอยู่ในไอร์แลนด์ ซึ่งมีปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตรุมเร้ามากมาย แต่ยังโชคดีได้มีเสียงดนตรีคอยเยียวยาจิตใจและเป็นเหมือนเซฟโซนให้เขาได้ผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายไปได้ ซึ่งแน่นอนว่าตัวหนังนั้นก็มีเพลงเพราะมาให้เราได้ฟังมากมาย แทบจะทึ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้พบว่าหลาย ๆ เพลงที่ถ่ายทอดออกมาถูกขับร้องโดยเหล่าหนุ่ม ๆ ที่ยังเรียนอยู่ไฮสคูลกันเลยด้วยซํ้า !

 

Recommend soundtrack

 

 

ด้วยความที่เรื่องนี้มีแนวเพลงที่หลากหลายและเพราะแทบทุกเพลง ทําให้การจะเลือกมาสักเพลงก็เกิดอาการรักพี่เสียดายน้องจริง ๆ เลยขอเลือกเพลงนี้ของ อดัม เลอวีน มาแทนแล้วกันเพราะเป็นเพลงที่ฟังแล้วน่าจะทําให้ทุกคนอยากไปหาหนังเรื่องนี้มาดุกันแน่นอน

 


 

La La Land

 

ภาพจาก plazasulshopping.com

 

เรียกว่าฟีเวอร์ในบ้านเราอยู่ช่วงหนึ่งเลยทีเดียวกับภาพยนตร์เพลงที่กระแสดีสุด ๆ ทั้งในแง่ของคําวิจารณ์ที่กวาดรางวัลระดับโลกไปมากมาย หรือเสียงตอบรับของคนดูจนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์เพลงที่ประสบความสําเร็จที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของโลกเลยทีเดียว เพราะตัวหนังมีองค์ประกอบทุกอย่างที่ดูลงตัวไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพระนางคู่บุญอย่าง ไรอัน กอสลิ่ง และ เอ็มม่า สโตน ที่สกิลการร้องการเต้นอาจจะไม่ถึงขั้นโปร แต่ดีกรีความน่ารักนี่เอาไปเลยเต็มหัวใจ ไหนจะฉากต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาที่ไม่ว่าจะเป็นโลเคชั่น เพลง ฯลฯ ทําให้คนดูถึงขั้นตกหลุมรักและถูกดูดกลืนไปกับบรรยากาศของหนัง ชนิดที่พอหนังจบแล้วไม่อยากจะลุกแล้วให้พี่ ๆ พนักงานฉายวนใหม่อีกรอบไปเลยล่ะ ไหนจะฉากต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาที่ไม่ว่าจะเป็นโลเคชั่น เพลง ฯลฯ ทําให้คนดูถึงขั้นตกหลุมรักและถูกดูดกลืนไปกับบรรยากาศของหนัง ชนิดที่พอหนังจบแล้วไม่อยากจะลุกแล้วให้พี่ ๆ พนักงานฉายวนใหม่อีกรอบไปเลยล่ะ

 

Recommend soundtrack

 

 

นี่คือภาพยนตร์ที่ใช้เพลงขับเคลื่อนตัวหนังไปตลอดทั้งเรื่องจริง ๆ จนมีเพลงให้เลือกใส่มาเยอะมากชนิดที่ไม่เลือกใครก็ผิดทุกทาง เลยขอเอาเพลงเปิดที่อลังการทั้งฉากและเสียงไปแทนแล้วกัน ส่วนเพลงที่เหลือก็ไปหาเปิดฟังกันพร้อมคนรักเพื่อเพิ่มความฟินกันเองก็แล้วกันนะ 

 


 

A Star Is Born

 

ภาพจาก variety.com

 

มาถึงเรื่องล่าสุดแล้วกับ A Star is Born ภาพยนตร์เพลงที่เป็นผลงานกํากับเองครั้งแรกของ แบรดลีย์ คูเปอร์ แถมยังได้ เลดี้ กาก้า มาร่วมแสดงอีกด้วยซึ่งเธอก็ทําออกมาได้เรียลและมีความเป็นธรรมชาติมากจนบอกเลยว่าแม่ก็คือแม่จริง ๆ เพราะเธอสามารถทําให้เราลืมภาพของความเป็นสาว Diva ไปจนสิ้น เหลือเพียงบทบาทของตัวละครที่ดูแตกต่างจากภาพลักษณ์จริง ๆ ของแม่ที่เราคุ้นตากันดีสุด ๆ โดยตัวหนังจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพบเจอกันของตัวละครในเรื่องอย่าง แจ็คสัน(แบรดลีย์ คูเปอร์) และ แอลลี่(เลดี้ กาก้า) ที่แม้จะดูต่างกันสุดขั้วในบริบทของตัวเองที่มีอยู่กับสังคมในเรื่อง ณ ขณะนั้น อย่างร็อกสตาร์ระดับโลกและหญิงสาวธรรมดาแต่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น แจ็ค ที่ชีวิตดูเหมือนจะดิ่งเหวลงเรื่อย ๆ สวนทางกับ แอลลี่ ที่ก้าวขึ้นไปเป็นสตาร์ประดับวงการได้อย่างเต็มตัว

 

ภาพจาก bbc.com

 

ซึ่งหนึ่งในข้อแตกต่างของ A Star is Born ที่เราคิดว่าจะทําให้มันโดดเด่นกว่าภาพยนตร์เพลงเรื่องอื่น ๆ ที่ยกมานี้คือมันสามารถสะท้อนถึงด้านมืดของอุตสาหกรรมเพลงในยุคปัจจุบันได้แบบดุดันและเที่ยงตรง รวมถึงพาร์ทของความรักก็ดึงลงไปดาร์กแบบสุดขั้ว จนกลายเป็นภาพยนตร์เพลงเกี่ยวกับโศกนาฎกรรมความรัก มากกว่าแค่เรื่องความรักแบบปกติเหมือนหนังเพลงเรื่องอื่น ๆ แน่นอน มาที่องค์ประกอบสําคัญอีกอย่างของหนังแนวนี้อย่างตัวเพลงกันบ้าง โดยสารภาพเลยว่าตอนแรกเราตัดสินใจเข้าไปดูหนังเรื่องนี้เพราะเพลง Shallo อย่างเดียวเลยจริง ๆ และปรากฎว่าพอได้มาฟังในโรงภาพยนตร์แบบนี้ พร้อมกับไดอะล็อกและการแสดงที่คู่พระนางขับเคลื่อนตัวหนังมาจนถึงฉากเพลง Shallo บอกเลยว่าฟินและส่งให้เพลงเพราะขึ้นไปอีกเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว

 

 

นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่น ๆ อีกมากมายที่การันตรีความเพราะด้วยเสียงสุดอลังการของแม่อย่าง เลดี้ กาก้า เองแถมที่เซอร์ไพร์สุด ๆ อีกอย่างในหนังเรื่องนี้คือบทบาทการแสดงของ แบรดลีย์ คูเปอร์ ที่ไม่ว่าจะตอนโซโล่กีตาร์ที่เท่แบบวัวตายความล้ม หรือเสียงร้องแบบทุ้มลึกจนดึงเราเข้าไปอยู่ในเพลงได้ไม่ต่างกับศิลปินระดับโลก จนอยากจะบอกว่าถ้าเป็นนักแสดงแล้วเริ่มไม่รุ่งพี่มาเป็นนักร้องได้สบายเลยล่ะ ซึ่งนอกจากความเพราะของเพลงแล้วเนื้อเพลงยังเปี่ยมไปด้วยความหมายสุด ๆ รวมถึงซีนสุดท้ายของหนัง ที่โดยส่วนตัวแล้วเราขอยกให้เป็นหนึ่งในซีนไคล์แม็กที่เรารักตลอดกาลอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ไหนจะเรื่องของความรัก ความฝัน ความสัมพันธ์ที่บอกเลยว่าด้วยการเล่าเรื่องแบบดิบเถื่อนจนจะทําให้เราได้เห็นถึงความว่างเปล่าที่ต้องการอะไรมาเติมเต็มของเหล่าศิลปินได้แบบชัดเจนและเข้าอกเข้าใจความยากลําบากของคนที่ต้องอยู่ท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ตลอดเวลามากขึ้นแน่นอน อวยมาขนาดนี้ก็ไปดูกันเถอะนะเพราะเรายืนยันได้เลยว่าหนังเขาดีจริง ปังจริง จนแค่ได้เข้าไปฟังแม่เลดี้กาก้า กับ แบรดลีย์ คูเปอร์ เขาทุ่มเทร้องสดกันทุกซีนก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้ว