Jul 06 2018

events

3 เหตุผลที่เราควรไปตำบัตรงาน Maho Rasop Festival ถึงแม้จะไม่รู้ว่าวงไหนมาเล่นก็ตาม

พีคกว่านี้ไม่มีอีกแล้วเด้อ !
อย่าบอกว่าตัวเองช็อกอยู่คนเดียว เพราะเราเองก็ช็อกเหมือนกัน กับการประกาศเปิดตัวแบบสายฟ้าแลบของงานเฟสติวัลที่คนรักดนตรีนอกกระแสทั่วไทยรอคอยมากที่สุด นั่นก็คือ Maho Rasop Festival (มหรสพ เฟสติวัล) ที่มาพร้อมการเปิดขายบัตรรอบ Blind ที่ไม่บอกอะไรเราเลยแม้แต่ไลน์อัพวงที่มาเล่น (จริง ๆ จะใจดีบอกซักวงก็ได้อ่ะ) แต่นี่คือไม่มีเลย ! Blind จริง Blind แบบรู้แค่วันจัดงานกับสถานที่ก็บุญแล้ว !
 
เรื่องมันก็เลยกลายเป็นว่าเด็กแนวและเด็กฮิปสเตอร์ทั้งหลายยังกล้า ๆ กลัว ๆ ใจไม่แข็งพอจะกดซื้อบัตร แต่จุด ๆ นี้ ไม่ต้องห่วง ! เพราะหลังจากเราล้างสมองตัวเองมาทั้งคืน เช้านี้เรากลับมาพร้อมเหตุผลดี ๆ 3 ข้อ ที่จะทำให้ทุกคนพุ่งตัวไปตำบัตรรอบ Blind นี้ พร้อมกันกับเรา
 

1. นี่คือการรวมตัวของ 3 โปรโมเตอร์ที่ Soimilk รักมากที่สุด

 
ถ้าใครตามอ่าน Soimilk อยู่แล้ว จะรู้ว่าเราเขียนข่าวคอนเสิร์ตดนตรีนอกกระแสที่จัดโดย 3 โปรโมเตอร์นี้คือ HAVE YOU HEARD?, Seen Scene Space และ Fungjai บ่อยมาก บ่อยจนคิดว่ามีหุ้นในบริษัทเขา
ความพีคก็คือทั้ง 3 โปรโมเตอร์นี้ เขาไปจับมือกันแบบลับ ๆ จนกลายมาเป็นเฟสติวัลสเกลใหญ่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ! ซึ่งถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าทั้ง 3 ค่ายนี้ถือเป็นรุ่นใหญ่ในวงการดนตรีนอกกระแสที่แทบจะไม่ทับไลน์กันเลย อย่าง HAVE YOU HEARD? ที่ถือเป็นโปรโมเตอร์ไทยรุ่นแรก ๆ ที่กล้าพานักดนตรีอินดี้สายฝ.จากต่างประเทศมาเล่นคอนเสิร์ตในไทยตั้งแต่สมัยที่งานอีเว้นต์ยังมีไม่เยอะเท่ายุคนี้ อาทิ Last Dinosaurs, Wild Nothing, Cigarettes After Sex, Rhye ไปจนถึง Mac Demarco 
 
 
ส่วน Seen Scene Space เอง ก็ถือเป็นตัวท็อปเรื่องศิลปินอินดี้ฝั่งเอเชีย ซึ่งเคยพาวง The Fin. มาเล่นในไทยแล้วถึง 2 รอบ ไปจนถึงวงดี ๆ อีกเยอะแยะอย่าง Sunset Rollercoasters จากไต้หวัน และ Lucky Tapes จากฝั่งญี่ปุ่น 
 
 
และที่ขาดไม่ได้เลยคือตัวจี๊ดจากฝั่งไทย อย่าง Fungjai ที่ไม่ได้เป็นแค่เว็บไซต์สำหรับฟังเพลงนอกกระแสออนไลน์ แต่ยังเป็นโปรโมเตอร์ให้ศิลปินอินดี้ไทยหลาย ๆ คน รวมไปถึงทำค่ายตัวเองอย่าง Ma La Ma ด้วย 

 
เพราะฉะนั้นเลยเดาได้เลย ว่าไลน์อัพงานนี้จะต้องเต็มไปด้วยศิลปินนอกกระแสจากทั้งฝั่งยุโรป-อเมริกา ฝั่งเอเชีย และจากในไทยเอง ใครที่เชื่อมือและเชื่อในเทสต์ของ 3 โปรโมเตอร์นี้ (ที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยซักครั้ง) นี่คือเหตุผลหลักให้พุ่งตัวไปกดบัตรรอบ Blind นี้แบบด่วน ๆ 
 
ภาพจากงาน Singha Light Live Series Vol.3.1 - Rhye

2. ราคาบัตรที่ถูกกว่างานคอนเสิร์ตเดี่ยว

 
บัตรรอบ Blind ที่ปล่อยออกมาอยู่ในสนนราคาที่ 1,990 บาท ถ้าเทียบกับราคาบัตรคอนเสิร์ตเดี่ยวหลาย ๆ งานที่มาจัดในไทย อาทิ Brumo Mars (8,500 บาท) Liam Gallagher (4,600 บาท) และ Foster The People (2,600 บาท) ถึงแม้ศิลปินในเฟสติวัลครั้งนี้จะไม่เบอร์ใหญ่เท่าวงที่เราว่ามา แต่เทียบกับได้ดู 15 วงในราคา 1,990 บาท ใครที่ยังรู้สึกว่าไม่คุ้มอีก เราจะตี !

3. มีแค่ 200 ใบเท่านั้น !

 
เราสูญเสียกันไปเท่าไหร่แล้ว กับคำว่า "เดี๋ยวรอดูก่อน" "เดี๋ยวค่อยซื้อก็ได้" ซึ่งถ้ารู้ตัวว่าจะซื้ออยู่แล้ว ก็ซื้อตอนนี้ไปเลยเถอะ (โว้ย!) เพราะบัตรในรอบ Blind ที่ราคาถูกยิ่งกว่าตั๋วไปกลับเชียงใหม่แบบนี้จะมีขายแค่ 200 ใบเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย ซึ่งทีมผู้จัดยืนยันว่าจะไม่ปล่อยราคานี้ออกมาอีกแล้ว 
 
 
โน้มน้าวหัวใจมาขนาดนี้แล้ว ใครที่มั่นใจในฝีมือผู้จัดทั้ง 3 ทีมนี้เหมือนเรา จุด ๆ นี้ขอให้วาร์ปไปกดบัตรได้เลยที่ ticketmelon และสำหรับใครที่กดซื้อบัตรแล้ว ก็นั่งเล่น ๆ รอไลน์อัพที่จะปล่อยออกมาเร็ว ๆ นี้ได้เลย แล้วรอไปเจอกันในวันงาน 17 พ.ย. 61 ที่ Live Park พระราม 9 แล้วกันนะ !