Jan 29 2019

events

โค้งสุดท้าย Bangkok Design Week 2019 พาชมงานศิลปะและเดินดูไฟยามค่ำคืน

พอดูรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน
เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับงานเฟสติวัลออกแบบสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ระดับประเทศประจำปีชื่อว่า Bangkok Design Week 2019 ที่ทางภาครัฐและเอกชนกว่า 60 หน่วยงานร่วมมือกันจัดงานขึ้นมาภายใต้แนวคิดคือ "Fusing Foward ผสานสร้างสู่อนาคต" เพื่อมุ่งเน้นให้เห็นถึงความเป็นแหล่งรวมของนักสร้างสรรค์ สะท้อนภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ผ่านการสรรค์สร้างกว่า 500 กิจกรรม พบปะพูดคุยกับดีไซน์เนอร์รวมถึงผู้ประกอบการอีกกว่า 1,000 รายชื่อ มีผลงานศิลปะ การแสดงจัดขึ้นมากมาย ตลาดนัดขายสินค้ามีสไตล์ อาหาร เครื่องดื่ม เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย รวมระยะเวลาการจัดงานตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.-3 ก.พ. 2019 จากความสนใจจากนักท่องเที่ยวในปี 2018 ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงานกว่า 400,000 คน และคาดว่าปีนี้ก็ไม่น้อยหน้ากันแน่นอน
 
 
งานจัดขึ้น ณ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก ย่านเจริญกรุงและตลาดน้อย เราจะได้เดินชมพาวิลเลียนมากมายและผลงานอันหลากหลายบนพื้นที่เก่าแก่ซึ่งมีสถาปัตยกรรมสุดมีเสน่ห์น่าหลงไหลทั้งยามฟ้าสว่างและช่วงค่ำคืน หากใครที่เคยไปเดินเล่นชมงานกันมาบ้างแล้วในช่วงแดดจ้า เราอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสความงามในช่วงฟ้ามืดกันดูบ้าง เพราะพื้นที่สร้างสรรค์อย่างเจริญกรุง ตลาดน้อย หรือละแวกซอกซอยต่าง ๆ นั้นเมื่อประกอบไปด้วย Lighting Installation Art ต่าง ๆ ที่งานคัดสรรมาให้ชมนั้นดึงดูดเชื้อเชิญให้เราอยากเข้าไปสัมผัสพากล้องประจำกายไปแชะเก็บภาพซะเหลือเกิน และนี่เป็นไกด์เส้นทางเดินชมศิลปะ ชื่นชมแสงไฟที่ทางงานนั้นขอนำเสนอ
 
 
เราเริ่มต้นกันที่อาคารไปรษณีย์กลางเจริญกรุง แวะเข้าไปในศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพ หรือ TCDC Bangkok ไปดูผัง Overview กันนิดหนึ่งเพื่อวางแผนปักหมุดการเดินทาง หรือจะแวบแอบไปดูนิทรรศการผลงานของนักศึกษาชื่อว่า ปล่อยแสง ก็เพลินตาน่าดู เดินไปอีกนิดชั้นล่างจะได้พบกับผู้ดีไซน์เนอร์ นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการที่ขนเอาผลงานมาตั้งโชว์ นำสินค้ามาจำหน่ายอีกด้วย 
 
 
 
เริ่มออกตัวด้วยการเดินผ่านโซนลานด้านหน้าอาคารเราจะพบกับ Circular Factory โรงงานแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด Circular Living สีสันสดใสที่มุ่งเน้นการผลิตและใช้พลาสติกแบบหมุนเวียน แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการการผลิตและบริโภคที่ก่อให้เกิดรูปแบบใช้ซ้ำ ใช้นาน และนำกลับมาใช้ใหม่ ลดการก่อให้เกิดปัญหาขยะ 

 
 
ต่อมาเพียงเลี้ยวซ้ายออกจากอาคารไปรษณีย์จะได้พบกับเฉดดิ้งแรกได้แก่ Dragon Cloud โครงสร้างร่มเงาที่ใช้เทคนิกการจับจีบผ้าในงานพิธีต่าง ๆ มาสร้างให้เกิดเป็นรูปทรงสามมิติ แหงนหน้าขึ้นยกกล้องถ่ายรูปสวย ๆ ไปหนึ่งแชะ จากนั้นเดินต่อไปยังโครงการชื่อ Warehouse 30 ซึ่งมีการจัดแสดง TOEM ผลงานซึ่งเคยแสดงที่เกาหลีมาจัดไทยครั้งแรกในออกแบบงานนี้ นำไฟ LED มาประกอบกันแบ่งเป็น 3 ชั้น กระพริบตามจังหวะของเสียงเพลงให้อารมณ์เหมือนเต้นอยู่ในผับเลย 
 
 
 
 
ระหว่างเดินตามถนนจะสังเกตุเห็นเจ้านกพิราบซึ่งมีแผงโซล่าเซลล์รับแสงแดดยามสว่างอยู่บนหลังเพื่อนำพลังงานมาใช้ส่องสว่างยามค่ำคืนเป็นสัญลักษณ์แห่งการสื่อสารซึ่งทำให้เรารู้ว่าในเขตพื้นที่นี้นั้นเป็นอาณาเขตของงาน Bangkok Design Week นั่นเอง เฉดดิ้งที่สองเราจะพบกับ River Arch นำไม้ไผ่หลากหลายรูปทรงมาดัดโค้งเป็นซุ้มคลื่นน้ำ จุดนี้หากก้มลงมองพื้นจะเห็นโมเดลต้นแบบเนรมิตให้ฝาท่อระบายน้ำกลายมาเป็นป้ายบอกทางให้นักท่องเที่ยวด้วยนะ 

 
 
 
จากนั้นเราจะผ่านศูนย์การค้า River City (ในอาคารนี้ก็มีผลงานของศิลปินและสินค้าจำหน่าย) เมื่อมาถึงทางเชื่อมไปตลาดน้อยเราจะได้เห็นเฉดดิ้งจุดสาม Blended ที่ใช้ดอกกุหลาบมาเป็นสัญลักษณ์แทนโบสถ์กาลหว่าร์และใช้ดอกโบตั๋นแทนสัญลักษณ์มงคลของชุมชนชาวจีนย่านตลาดน้อยนำมาผสมผสานเป็นซุ้มโทนสีแดงเข้มให้เราลอดผ่านและจะออกไปเจอกับ กำแพงสารภาพรัก นำรูปแบบของห้องสารภาพบาปมาใช้ในพื้นที่สาธารณะเพียงแค่เราทาบมือลงไปบนตำแหน่งวางแล้วตั้งจิตอธิษฐานไม่นานก็จะได้คำทำนายเป็นโปสการ์ดคำอวยพรติดมือกลับบ้านไปเลย ลองไปเล่นดูสิว่าจะแม่นแค่ไหน

 
 
 
ลัดเลาะมาอีกตามบ้านเรือน ร้านค้าเก่า ตลอดสองข้างทางจะได้เห็นแก๊งพิราบไฟสีขาวอยู่บนสันกำแพงบ้าง บนกองวัสดุบ้าง เพื่อเป็นแสงสว่างนำทาง ต้องบอกว่าไหล่ทางสองข้างนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นความอร่อยของน่ากินมากมายไม่ว่าจะเป็น ลูกชิ้นย่าง กุยช่ายทอด ขนมครกกะทิสด หรือจะเป็นพวกบรรดาคาเฟ่จิ๋ว ๆ น่านั่งอีกหลายแห่ง เมื่อพ้นทางเชื่อมระหว่างริเวอร์ซิตี้มาตลาดน้อย โผล่มาจะเจอวงเวียนแห่งหนึ่งซึ่งมีผลงาน มังกรตลาดน้อย สร้างขึ้นจากการนำวัสดุเหลือใช้อย่างพวก ช้อน จาน ชาม ซึ่งเป็นข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาที่หาได้ในตลาดน้อยมาประกอบเป็นตัวมังกรแวววาวขยับได้และเมื่อมีลมพัดผ่านจะทำให้โลหะวัตถุกระทบกันเกิดเสียง

 
 
 
พ้นวงเวียนมาแวะเข้าไปในธนาคารแห่งแรกของไทยกันหน่อยที่นี่ก็มีนิทรรศการ Sansiri Presents the Alphabet of Joy by Sarah Corynen พบผลงานรูปวาดของศิลปินหญิง ซาร่า คอริเน็น ผู้มีลายเส้นน่ารักสีสันจัดจ้านโดนใจชวนให้เราลงไปเดินชมงานศิลปะกันในเรือ โยกเยกไปตามคลื่นของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งยังมีสินค้าน่ารักจำหน่ายมากมายอาทิ กระเป๋าผ้า สมุดบันทึก และรูปภาพผลงาน 
 
 
 
เดินขึ้นจากท่าเรือออกประตูเลี้ยวซ้ายเพื่อแวะมา ณ เหลียวแล ตลาดน้อย ชมนิทรรศการชื่อว่า Belong Exhibition จากการนำที่นั่ง 50 ตัว ของช่างฝีมือแตกต่างสาขามาให้เราได้ชม โดยนักออกแบบมองว่าเขาเหล่านี้ล้วนมีความเป็นดีไซเนอร์อยู่ในตัวตนของการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว พวกเขาหรือเธอปรับแต่งที่นั่งออกแบบให้ตอบรับกับการใช้งาน บางคนถึงกับสามารถผลิตเก้าอี้ขึ้นมาใช้เองเลย อยากบอกว่าเก้าอีกแต่ละตัวล้วนแต่เป็นงานดีไซน์ชั้นยอดสวย ๆ ทั้งนั้น 

 
 
 
เท่านี้ยังไม่หมดเรายังพาเดินกันต่อไป จุดนี้เห็นได้ว่าได้รับความสนใจจากนักถ่ายภาพเป็นอย่างมากชื่อว่า Heaven Gate ซอยศาลเจ้าโรงเกือกนำลูกเล่นของไฟหรี่เป็นสายมาประดับให้กลายเป็นดั่งประตูสู่สวรรค์และในตรอกนี้ก็ยังเนื่องแน่นไปด้วยบรรดาภาพกราฟฟิตี้มากมาย สนุกกับการถ่ายรูปแล้ว ระหว่างทางเดินจะได้ยินเสียงเพลงให้ตามหา นั่นคือ ร่วมใจโอเกะ สร้างสรรค์ให้พื้นที่ตรงนี้เป็นตู้คาราโอเกะผลงาน Installation Art ให้เราได้สนุกไปกับการร่วมกันสามัคคีร้องเพลงที่ชอบให้เกิดแสงไฟ ทั้งยังมี สว่างยานยนต์ รถขายลูกโป่งติดไฟ ให้เราได้ใช้เป็นแสงนำทางยังที่อื่น ๆ ต่อไป และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Design Week 2019 ที่เรานำมาเป็นตัวอย่างให้ได้ชมกัน งานนี้เหลือเวลาจัดแสดงอีกไม่มาก เพราะฉะนั้นแล้วอย่าได้พลาด ! 

 
สำหรับสัปดาห์นี้วันที่ 1-3 ก.พ. 2019 มีอิเวนต์ชื่อ ThaiGa Creative Market งานภายใต้โครงการ Bangkok Design Week 2019 ให้เราได้เที่ยวอีกด้วยนะ รายละเอียดมีอะไรบ้างอ่านต่อได้ที่ www.soimilk.com/events/news/thaiga-creative-market-2019 
 
Bangkok Design Week 2019 วันที่ 26 ม.ค.-3 ก.พ. 2019 สถานที่: อาคารไปรษณีย์กลาง เจริญกรุง เวลา: 11:00-21:00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Bangkok Design Week