Mar 13 2019

destination

ชวนเที่ยวนิทรรศการล้ำ ๆ Meshmind 2.0 ในสิงคโปร์ ที่หยิบเอาเทคนิคใหม่ ๆ มานำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกได้อย่างลงตัว

เข้างานฟรีด้วยจ้า
แม้จะเพิ่งผ่านปีใหม่มาได้ไม่กี่เกือน แต่ก็ดูเหมือนว่าสิ่งที่เราจะเจอกันหนักตั้งแต่ต้นปีก็เห็นจะเป็นเรื่องปัญหาทางธรรมชาตินี่แหละ ตั้งแต่ฝุ่นที่ปกคลุมหนักไปทั้งประเทศ จนถึงภาวะพลาสติกและขยะในทะเลที่มีขนาดใหญ่เท่าประเทศ ๆ หนึ่งได้เลย ซึ่งหลายเรื่องมันก็ทำให้เราเห็นว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ไกลตัวอีกต่อไปแล้วนะ บางอย่างเราก็ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ เหมือนกัน (อย่างเรื่องฝุ่นนี่ขอบอกว่าป่วงกันทั้งประเทศเลยจ้า) แถมบางเรื่องยังส่งผลกระทบไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ซึ่งถึงเราจะบอกว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวแล้ว แต่บางอย่างเราก็ทำได้แค่รับรู้ผ่านรายงานข่าว หรือบนหน้าจอเท่านั้นแหละ ถ้าอย่างนั้นลองแวะมานิทรรศการ Meshmind 2.0: #ArtxTechforGood ที่ประเทศสิงคโปร์ ที่เขาจำลองเรื่องราวปัญหาต่าง ๆ ให้เราได้สัมผัสกันจริง ๆ ผ่านเทคโนโลยีกันไปเลยดีกว่าไหมล่ะ!
 
 
ก่อนที่จะพาไปดูนิทรรศการชิ้นนี้ เราขอเล่าที่มาที่ไปของ Meshmind ก่อนสักหน่อย หลาย ๆ คนคงยังไม่คุ้นกับชื่อนี้สักเท่าไหร่ ที่จริงแล้ว Meshmind เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยโฟกัสไปที่การสร้างความยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีสร้างสรรค์ โดยทางองค์กรได้ร่วมมือกับมูลนิธิที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมของโลกหลายแห่ง พวกเขาเลือกถ่ายทอดปัญหาให้ผู้คนตระหนักผ่านการหยิบจับเทคโนโลยี ร่วมกับเหล่าศิลปินต่าง ๆ จากทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้เข้าร่วม ขอบอกเลยว่ามันได้ผลอยู่นะ เพราะมันทำให้เรารู้สึกได้มากขึ้นจริง ๆ ว่า ปัญหาบางอย่างมันไม่ควรรอต่อไปแล้ว มาหาทางแก้ไขมันกันเถอะ
 
 
พอเรารู้แบบนี้เลยพุ่งตัวไปสิงคโปร์ด่วน ๆ ซึ่งตอนนี้ไปสิงคโปร์ก็มีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดให้เลือกเต็มไปหมด บินแค่เกือบ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว งานนี้จัดอยู่ใน ArtScience Museum ย่านมารินาเบย์นั่นแหละ ภายในงานมีผลงานจัดแสดงมากกว่า 20 ชิ้นงาน และทุกชิ้นงานนั้นถูกเบลนด์เข้าด้วยกันระหว่างศิลปะและเทคโนโลยี ความเก๋คือศิลปินบางคนก็ไม่ได้เก่งกาจเรื่องเทคโนโลยีหรือมัลติมีเดียมาก่อน แต่พวกเขาก็พร้อมลองหยิบอะไรใหม่ ๆ เข้ามาเล่นกับชิ้นงานของตัวเองด้วย ซึ่งงานนี้ศิลปินแทบทั้งหมดเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Apple มาช่วยสร้างสรรค์งาน ทั้ง iPad Pro, Macbook Pro และ iMac Pro ด้วย ซึ่งน่าจะช่วยสร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างสะดวกเลยแหละ
 
 
 
ตัวงานแบ่งออกเป็น 3 โซน ซึ่งแต่ละโซนก็มีการหยิบจับเอาเทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไปมานำเสนอ จะให้เล่าครบทุกชิ้นเดี๋ยวจะหมดสนุกเวลาไปดูจริง ๆ เสียเปล่า ถ้าอย่างนั้นเราขอหยิบเอาไฮไลต์ที่น่าสนใจในงานมาบอกต่อกันเป็นน้ำย่อย เผื่อใครอ่านจบแล้วจะอยากไปดูของจริงแล้วจองตั๋วไปสิงคโปร์ด่วน ๆ ตอนนี้เลย

 

A Better Tomorrow

 
 
 
ชื่องานที่เหมือนหนังจีนเรื่องดังสุดคลาสสิคนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่อง โหด เลว ดี เลยจ้า แต่ชื่อผลงานก็บอกอยู่แล้วว่าจะนำเสนอเรื่องอะไร ศิลปินอย่าง Andre Wee นักสร้างภาพ 3 มิติ เลือกนำเสนอมุมมองของความยั่งยืนในชุมชนและสังคม เขาสร้างภาพเมืองกราฟิกในแต่ละส่วนของสิงคโปร์ขึ้นมาบนผืนผ้าใบ ซึ่งหากเราหยิบสมาร์ตโฟนที่มีในมือ โหลดแอปพลิเคชั่น Artivive ติดไว้ เปิดแอปฯ แล้วส่องกล้องไปที่ภาพ ภาพนิ่ง ๆ บนผืนผ้าใบก็จะขยับและเคลื่อนไหวได้บนหน้าจอสมาร์ตโฟนของเรา! ซึ่งทางศิลปินอยากจะเล่าว่าอนาคตที่ยั่งยืนของชาวสิงคโปร์นั้นสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้ โดยเริ่มที่ตัวบุคคล ไปสู่สังคม เช่นการใช้พลังงานสะอาด การรีไซเคิล และการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล คุณพี่ Andre Wee เขาสร้างงาน Augmented Reality นี้ด้วย iMac Pro, 3D Rendering, iPad Pro, Procreate และ Spark AR studio แค่นั้นเอง เก่งมาก ๆ เลยยย

The Mount That Keeps Growing

 
 
 
งานนี้ตั้งอยู่ข้าง ๆ A Better Tomorrow เลย แถมภาพที่ตั้งโชว์อยู่ก็สวยหลอกล่อตามาก ๆ เพราะตรงหน้าเรานั้นคือผลงานขนาดพาโนรามารูปหญิงสาวที่เหมือนเทวีสักองค์ มาพร้อมกับองค์ประกอบที่ดูคุ้นตา แต่สิ่งของที่นำมาประกอบในภาพนั้นดูดี ๆ แล้วคือขยะล้วน ๆ ทั้งหลอด กระป๋องน้ำ กล่องนม ถุงพลาสติก และขยะอื่น ๆ อีกสารพัด แอบคุยกับศิลปินผู้สร้างผลงานอย่างกลุ่ม DPLMT ว่าไอเดียมาจากไหน พวกเขาบอกว่าเกิดจากที่เห็นปัญหาเรื่องขยะในโลกของเรา ที่นับวันกองภูเขาขยะจะสูงขึ้น ๆ ทุกที ส่วนผู้หญิงในภาพนั้นก็เป็นตัวแทนของสิ่งที่ชาวมาเลเซีย (ศิลปินเป็นชาวมาเลเซีย) นับถือบูชา ความเจ๋งคือหากเราแสกน QR Code ที่อยู่ด้านข้าง แล้วเอาสมาร์ตโฟนมาจับที่ภาพ ขยะทั้งหมดจะเคลื่อนไหวแบบคาไลโดสโคปหมุนติ้ว ๆ เหมือนกำลังใช้ขยะสะกดจิตเราอยู่ และเมื่อเปลี่ยนเป็นกล้องหน้าแล้วเซลฟี่ ภาพของเราก็จะมีเจ้าขยะหมุนไปมารอบ ๆ เป็นวงชฎาเหนือศีรษะด้วยแหละ ขอบอกว่าศิลปินเขาใช้เพียง MacBook Pro, iPad Pro กับโปรแกรม Procreate, Amaziograph และ Spark AR Studio ในการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้เท่านั้นเองนะ

Hold My Gaze

 
 
นี่ก็เป็นงานอีกชิ้นที่เราว่าใกล้ตัวเราอยู่เหมือนกัน (โดยเฉพาะชาวเชียวใหม่) เพราะตัวศิลปินอย่าง Andrew Loh ได้พบเจอปัญหาไฟป่าและการเผาป่าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนเกิดฝุ่นควันปกคลุมไปทั่ว จึงพัฒนาไอเดียออกมาเป็นงานชิ้นนี้ โดยการนำสิ่งที่เราคุ้นเคยอย่างการสแกนใบหน้าเพื่อล็อกอินเข้าเครื่อง iPhone หรือการส่ง Animoji หากันนั่นแหละมาต่อยอด โดยสร้างเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางป่าขึ้นมาให้เป็นตัวแทนของลูกหลานเราในจอ แล้วใช้ iPad Pro ในการสแกนใบหน้าของผู้เล่น หน้าของเราจะ Sync ไปกับเจ้าเด็กในภาพ ซึ่งถ้าเราจ้องหน้านิ่ง ๆ (ที่เปรียบกับการเฝ้าระวังและเอาใจใส่) เด็กคนนี้ก็จะปลอดภัย แต่ถ้าเราสอดส่ายมองไปทางนั้นที ทางนี้ที ก็เปรียบกับการที่เราไม่ใส่ใจ ไม่ดูแล ไฟป่าก็จะค่อย ๆ ปะทุขึ้น และเด็กคนนี้ก็จะเริ่มไฟลุกหนักขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

Our Ocean Life

 
 
 
อีกหนึ่งงานที่หยิบเอาเรื่องของขยะในทะเลและมหาสมุทรมาเล่น แถมยังมีงานมาให้เราได้ลองเสียด้วย นี่คือผลงานจากกลุ่ม Warrior 9 VR เริ่มจากงาน Installation ที่ทำมาจากขยะพลาสติกต่าง ๆ เป็นรูปปลาหมึกยักษ์ และคลื่นทะเลกันก่อนเลย จากนั้นก็เข้าสู่งาน VR ที่จะให้เราใส่แว่น แล้วดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรที่สวยงาม แต่เมื่อเราดำน้ำไปเรื่อย ๆ จะพบว่าเริ่มมีขยะลอยไปมาอยู่ในน้ำ และขยะก็เริ่มเยอะขึ้นทุกที ๆ ส่วนงานอีกชิ้นหนึ่งก็เก๋เลย เพราะทางศิลปินได้ผลิตแอปพลิเคชั่น Ocean Life (มีให้โหลดใน App Store แล้วจ้า) ที่ให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเปิดประตูเข้าไปในโลกใต้น้ำ แล้วพบเจอกับชีวิตใต้น้ำที่ต้องเจอกับปัญหามลพิษของพลาสติกในทะเลด้วย ใครไม่ได้มาก็โหลดไปเล่นกันที่บ้านได้ฟรีเลยนะ ทีมนี้ก็ใช้อุปกรณ์สร้างสรรค์ผลงานด้วย MacBook Pro, iPad Pro, Unreal Engine และ ARKit นั่นเอง

OceanScrub

 
 
อีกหนึ่งงานที่ทางศิลปิน Jason Loo และ Cherlyn Mark บอกว่าสร้างขึ้นมาสำหรับเด็ก ๆ แต่เราเองก็ยืนเล่นอยู่นานเพราะว่าสนุกเพลิน! นี่คือแอปฯ เกมสำหรับเด็ก ๆ ที่เล่นง่าย ๆ เพียงแค่เลือกตัวละครที่ชุดแรกนั้นมีโลมาและกระเบนราหู จากนั้นก็แค่บังคับให้ตัวละครว่ายไปตามน้ำ ซึ่งในน้ำจะมีทั้งแมงกระพรุนที่กินได้ และขยะที่กินปุ๊บแล้วตาย เราจะต้องบังคับหลบหลีกให้ไม่ว่ายไปโดนขยะให้ได้ และวิ่งเข้าใส่แมงกระพรุนเหล่านั้น เป็นการสอนเด็ก ๆ ไปด้วยว่าเห็นไหม ขยะที่เราทิ้งลงทะเลนั้นมันสร้างอันตรายถึงแก่ชีวิตสัตว์น้ำขนาดไหน จริง ๆ แล้วตัวแอปฯ ก็โหลดฟรีใน App Store ได้แล้วเหมือนกันนะ ไปโหลดเล่นกันได้เลยจ้า
 
 
ที่จริงแล้วภายในงานยังมีผลงานจากศิลปินท่านอื่น ๆ จัดแสดงอยู่เยอะมาก ๆ และถ้าอยากจะไปสนุกทั้งหมด ก็น่าจะใช้เวลากันเกินครึ่งวันเลยแหละ เสียดายที่งานนี้ไม่ได้จัดแสดงนานนัก เพราะเขาจะมีถึงแค่วันที่ 17 มี.ค. นี้เท่านั้น ถ้าใครมีแพลนไปสิงคโปร์ช่วงนี้พอดี เราก็ไม่อยากให้พลาดงานดี ๆ แบบนี้ไป เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังเข้าชมฟรีด้วยนะ
 
Meshmind 2.0: #ArtxTechforGood เข้าชมฟรี วันที่ 8-17 มี.ค. 62 เวลาทำการ 10:00-19:00 น. ชั้น 4 ArtScience Gallery สิงคโปร์ MRT Bayfront รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์