Jan 09 2018

city living

5 สิ่งที่รถเมล์ไทยกำลังจะมี และ 5 สิ่งที่รถเมล์ไทยควรมีได้แล้วในปี 2561

ทุกข์ชาวบ้าน

รู้หรือไม่ว่าปัจจุบันกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของเรามีรถเมล์อยู่มากถึง 202 สาย รองรับการเดินทางของประชาชนกว่า 1.5 ล้านคนต่อวัน ! และในอนาคตจะเพิ่มมากถึง 269 สาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองให้มากขึ้น
 
ซึ่งไหน ๆ นี่ก็ปี 2561 แล้ว แถมกำลังจะหมดปีแล้วด้วย เราเลยขอรวบรวม 5 อย่างที่ทางขสมก. พยายามปรับปรุงจนถึงขั้นเรียกว่าปฏิรูประบบรถเมล์ไทยเลยทีเดียว ติดอยู่อย่างคือ ทำแล้วไม่รู้จะดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่ ?!!
 

1. รถเมล์ NGV และ Hybrid

 
ล่าสุดบอร์ดบริหาร ขสมก. ได้เห็นชอบกับโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ NGV จำนวน 489 คัน มูลค่าสูงถึง 4,264 ล้านบาท ซึ่งก็มีการเร่งให้รีบลงนามในสัญญา ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทันนักเรียนได้ใช้บริการในช่วงเปิดเทอมปี 2561 เรียกว่าเป็นการลงทุนที่ใส่ใจอนาคตของชาติซะเหลือเกิน แต่เอาจริง ๆ ทุกวันนี้ที่เราเห้นกันตามท้องถนนเป็นรถเมล์ที่น่าจะอยู่มาตั้งแต่ยุค 2527 ! ซึ่งเป็นปีที่เริ่มใช้ก๊าซ NGV ในรถเมล์เป็นครั้งแรก หรือต่อให้เป็นรถ Hybrid ก็เห็นพี่คนขับเขาก็ยังแวะปั้มเติมนํ้ามันระหว่างช่วงรับส่งผู้โดยสารและให้เรานั่งรอกันจนเพลียใจอยู่ตลอด
 
 
ภาพจาก Post Today
 
ซึ่งหลังจากการประกาศทดลองวิ่งไปทั้งหมด 7 สายเมื่อเดือน ต.ค. 2560 จนผ่านมาตอนนี้ก็กำลังจะครบขวบปีที่ทดลองวิ่งแล้ว เราก็ยังไม่เห็นว่ารถเมล์ไฮบริดจะขยายออกมาในสายอื่น ๆ หรือวิ่งกันขวักไขว่ตรงไหน ใช่แล้ว เรายังคงเจอแต่รถเมล์ร้อนสีแดง-ครีม รถเมล์ปรับอากาศยูโรทู และรถเมล์ร่วมบริการที่วิ่งเร็วยิ่งกว่าดอมินิค ทอเร็ตโต จาก Fast & Ferious มาขับให้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน และด้วยเราก็ไม่ได้อาศัยในเส้นทางเดินรถของ 7 สายทดลองนั้น เลยอยากรู้ว่าตอนนี้รถเมล์ไฮบริดยังวิ่งอยู่ไหมนะ ใครมีคำตอบช่วยมาบอกเราที

2. Wifi บนรถเมล์

 
ภาพจาก แบไต๋
 
ตอบโจทย์โลกยุคเทคโนโลยีสุด ! กับ Wifi Free ที่มีให้พวกเราที่กําลังขัดสนในช่วงสิ้นเดือนจนโดนตัดเน็ตนั้นมีมาไว้ใช้ไถฟีดรีทวิตกันได้อีก แต่เขามีให้บริการบนรถยูโร-2 เท่านั้นนะ แต่นับตั้งแต่เปิดตัวเรื่องสัญญาณไว-ไฟ มาจนถึงทุกวันนี้ ขอบอกว่าใช้ 10 ครั้ง เข้าถึงได้ 1 ครั้ง อีก 9 ครั้งคือต่อไม่ติด แถมต่อติดสัญญาณก็อ่อนในระดับถึงที่หมายแล้วหน้าเว็บยังไม่โหลดเลย ล่าสุดที่เราเช็คมาคือ แทบทุกสายของรถเมล์ที่บอกว่ามีบริการชนิดนี้อยู่ ไม่สามารถเข้า Wifi ได้แล้วนะ เพลีย

3. เครื่องหยอดเหรียญ Cash Box และระบบ E-Ticket

 
 
เป็นข่าวใหญ่โตแบบอึกทึกครึกโครมว่าด้วยการติดตั้งเครื่องหยอดเหรียญ (Cash Box) และระบบ E-Ticket บนรถเมล์ นอกจากได้ลุคทันสมัยเหมือนอยู่ต่างประเทศแล้ว ขสมก.บอกว่า เครื่องนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน แถมยังไม่ต้องมีกระเป๋ารถเมล์คอยเดินเก็บเงินอีกด้วย

 
ภาพจาก MGR Online
 
แต่หลังจากทุ่มงบประมาณไปซะหลายล้านบาท ล่าสุดทางขสมก. ออกมาประกาศยุติการใช้เครื่องหยอดเหรียญและระบบ E-Ticket เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพบ "ปัญหาการใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ และเกิดปัญหาจราจร" แปลเป็นภาษาคนง่าย ๆ คือ เป็นเครื่องที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยนั่นเอง เอาตรง ๆ คือแค่จะวิ่งขึ้นรถให้ทันก่อนรถเมล์ขับออกจากป้ายยังยากเลย ไหนจะต้องยืนรอต่อคิวหยอดเหรียญสแกนบัตรกันอีก นี่สงสัยอยู่ว่าทำไมไม่แก้ปัญหาการจอดไม่ตรงเลนของรถเมล์ให้ได้ก่อนแล้วค่อยซื้อเครื่องนี้มาใช้

4. เปิดเส้นทางรถเมล์ใหม่ 2 สาย พร้อมชื่อสายรถฉบับต้อนรับ AEC

 
ภาพจาก Bangkok Bus Ride
 
R26E และ Y70E คือชื่อของสายรถเมล์เส้นทางใหม่ที่จะเปิดวิ่งเป็นของขวัญต้อนรับปี 2561 จากกรมขนส่งฯ โดยมีระยะทางระหว่างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) และ ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน)
 
ภาพจาก www.prachachat.net

 
ทั้งนี้ทางขสมก.ยังไม่ละทิ้งโครงการปฏิรูปสายรถเมล์ทั้ง 269 สายทั่วกรุงเทพฯ ด้วยการเปลี่ยนชื่อใหม่หมดทุกสาย ให้ประกอบไปด้วยอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว และตัวเลข (ที่ไม่ลิงก์อะไรทั้งสิ้นกับสายเก่า) เช่น สาย 53 จะถูกเปลี่ยนเป็น B9 และสาย 166 เปลี่ยนเป็น B21E  ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับมาแล้วหน้าที่หลักของรัฐคือการทําให้ประชาชนอย่างเรามีความสะดวกขึ้นหรือเปล่า ซึ่งคำตอบก็คงชัดเจนแล้วว่ามันไม่สะดวก เพราะในที่สุดแล้วหลังจากการทดลองวิ่ง 1 เดือน ก็ได้ทำการยกเลิกการทดลองไปเรียบร้อยแล้ว เพราะประชาชนงงมาก และไม่มีใครขึ้นรถเมล์สายเหล่านั้นเลยจ้า

5. จอบนรถเมล์รู้ก่อนถึงป้าย

 
ภาพจาก เดลินิวส์
 
ถือว่าเหมาะมากสําหรับคนที่เข้าเมืองไม่บ่อย ที่จะได้รู้ว่าตอนนี้เรากําลังอยู่ที่ไหนเพราะบางทีไปถามกระเป๋ารถเมล์บางคน เขาก็ค้อนเราราวกับไปยื่นแบงค์พันให้ หรือจะหวังให้พี่ ๆ กระเป๋ารถเมล์บอกป้ายที่จะถึงทุกครั้งก็เกรงว่าคอจะแห้ง แล้วก็ตัวจอภาพเนี่ยเขานิยามกันว่าเป็นจออัจฉริยะเลยนะ เพราะมีการฝังจีพีเอสพร้อมกล้อง CCTV ไว้ในจอด้วย ลํ้าเลิศสุด ! แต่เอาจริง ๆ ตั้งแต่ใช้งานมาเรายังไม่มั่นใจว่า จอนี้มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร หรือเอาไว้ลงโฆษณาของ ขสมก. กันแน่ เพราะตัวหนังสือที่บอกป้ายก็เล็กแบบอยู่ห่างจอสามก้าวก็มองไม่ออก แต่โฆษณานี่เต็มจอเชียว...

นอกจาก 5 อย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับรถเมล์ไทยในปีนี้แล้ว ยังมีอีก 5 อย่างที่เราเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ทุกคนคาดหวังว่ารถเมล์ไทยจะมีตั้งแต่ปี 2500 แล้วด้วยซ้ำ ยังไงปีนี้ก็ช่วยทำให้เราหน่อยเถอะ !
 

1. ป้ายบอกเวลารถ

 
 
ทั้งตารางเวลาที่รถจะมาถึงหน้าป้ายรถเมล์ รวมไปถึงตารางเวลาแบบเรียลไทม์ไว้แสดงบนรถโดยสารเพื่อบอกเวลาที่รถจะไปถึงในป้ายหน้า เราก็ต่างคาดหวังให้มีเหลือเกิน (และควรจะต้องตรงเวลาแบบจริง ๆ ด้วยนะ) ไม่อยากมีความรู้สึกว่าการรอรถเมล์เหมือนการรอฝนในหน้าแล้ง ที่ไม่รู้จะมาจริงรึเปล่าอีกต่อไปแล้วจ้า !

2. รถเมล์ที่เป็นมิตรกับคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ใช้รถเข็น

 
พูดได้เลยว่าทุกวันนี้ขนาดคนดี ๆ ยังแข้งขาจะหักเพราะรถเมล์อยู่บ่อยครั้ง บางทีรถก็ไปจอดกลางถนน ต้องเสี่ยงชีวิตวิ่งขึ้นรถเหมือนฝ่าสมรภูมิอะไรซักอย่าง บางทีจอดยังไม่สนิทก็ออกตัวซะแล้ว ล้มหัวทิ่มออกมาจากรถหลายครั้ง ไม่ต้องพูดถึงผู้สูงอายุและคนพิการเลย จะขึ้นทีเหมือนเอาชีวิตมาทิ้ง 
 
 
ตัดภาพกลับไปที่เมืองนอกเมืองนา รถเมล์ที่ต่างประเทศมักถูกออกแบบให้มีฟีตเจอร์สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ อาทิ การทำพื้นสโลปเชื่อมต่อหน้าประตูรถกับป้ายรถเมล์ ทำให้เราสามารถนำรถเข็นขึ้นรถเมล์ได้อย่างสะดวก อีกอย่างคือสำหรับนักเดินทางเอง ก็สามารถลากกระเป๋าขึ้นรถโดยสารได้แบบไม่ต้องแบกขึ้นกันให้หลังหัก


3. ควบคุมควันดำจากท่อไอเสีย

 
 
จุด ๆ นี้อยากร้องเพลงหมอกหรือควันออกมาดัง ๆ เป็นทุกข์ชาวบ้านที่เราขอความกรุณากรมขนส่งฯ ปรับปรุงแก้ไขซักที เพราะควันดำจากท่อไอเสียของรถเมล์ไทยมันช่างรุนแรงเหลือเกิน รุนแรงจนสงสัยว่าคนกรุงเทพฯ เค้าทนกันได้ยังไง แล้วคนขับนี่ก็เหยียบคันเร่งเบิ้ลเครื่องกันจัง ! เจอแบบนี้ทุกวันจนจะเป็นมะเร็งปอดอยู่แล้ว ช่วยด้วย !

4. ติดกล้องหน้ารถและมาตรวัดจับความเร็ว

 
 
เห็น ๆ กันอยู่ว่าท้องถนนไทยนั้น Fast and Furious ไม่แพ้ชาติใดในโลก โตเกียวดริฟท์หรอ ? หลบไป ! สาย 8 ต่างหากคือตัวจริง ! แต่ถ้าหากมีกล้องติดหน้ารถและอุปกรณ์ตรวจจับความเร็วติดอยู่บนรถ ซึ่งสามารถรายงานผลแบบเรียลไทม์ให้ผู้โดยสารบนรถได้เห็น รวมทั้งส่งผลไปที่กรมขนส่งฯ ได้ เราเชื่อว่าประชาชนผู้ใช้รถโดยสารก็น่าจะมีความอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอีกซักเลเวลนึงก็ยังดี อย่างน้อยก็เชื่อว่าปัญหาการขับรถผิดกฎแทบทุกข้อของรถเมล์ไทยน่าจะลดลงได้บ้างซักครึ่งนึงล่ะนะ 

5. มี Bus Lane แบบเอื้อประโยชน์แก่คนทุกฝ่าย

 
ภาพจาก Facebook ของ Pang Yuan Qing

 
สําหรับเรื่อง Bus Lane ประเทศไทยเราอาจจะเคยมีมาแล้ว แต่ได้ตายจากไปอย่างรวดเร็วราวกับกระแสในโซเชียล ด้วยเหตุผลนานาไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นผิวถนน หรือการจอดรับผู้โดยสารของแท็กซี่ ไหนจะร้านค้าข้างทางที่รายได้จะหดหาย ทําให้การที่จะนํากลับมาอีกครั้งจริง ๆ คงต้องปรับให้เข้ากับสไตล์บ้านเรา เช่น ให้ Bus Lane วิ่งสวนกับ Lane ปกติอื่น ๆ เพื่อกันพวกมักง่าย และเอา Lane ที่ว่าไปอยู่ชิดขอบทางที่เป็นพื้นที่ทํามาหากิน ของร้านรถเข็นข้างทาง ฯลฯ อาจจะดูเป็นไปได้ยากหน่อย แต่ถ้าทําได้จริง ๆ คงดีน่าดู